Skip navigation

“สุขสันต์วันเกิด”  “HBD” วันนี้ผมได้รับโพสต์ใน Wall ของ Facebook ด้วยสองวลีนี้ เยอะมาก (เยอะสำหรับผมอ่ะนะ) ก็ต้องขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายด้วยนะครับ ผมเชื่อแล้วว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม จริงๆด้วย 27 ปี ที่ผ่านมา นอกเหนือจากการเรียนและการทำงานแล้ว มันก็สอนผมหลายอย่างด้วย ผมก็เลยอยากจะสรุปตัวเองเหมือนกันว่า อายุเท่านี้มันสอนอะไรผมได้บ้าง และมันบอกอะไรผมได้บ้าง

– 1 –

27 ปี ที่ผ่าน มันบอกผมว่า

1 ไม่มีประโยชน์ที่จะกังวัลกับปัญหาหรือโกรธกริ้วสิ่งใดบนโลกนี้ เพราะ การกังวล โกรธ โมโห ไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหา มิพักจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นด้วยซ้ำ

2.  ทุกสิ่งบนโลกนี้ 80% เป็นเรื่องไร้สาระ รวมถึงการที่ผมมานั่งบ่นอะไรในนี้ด้วย

3. เวลาทำงานใหญ่ๆสักอย่างหนึ่ง จะมีคนอยู่ 4 ประเภท

1) ประเภทหัวหน้าแบกโลก คนพวกนี้ชอบทำหน้าที่แบกโลก ทั้งๆที่ไม่ต้องแบก เหมือนกับว่าตัวเองยุ่งที่สุดในโลก เครียดที่สุดในโลก และไม่มีใครเครียดและเหนื่อยเท่าตัวเอง แต่จะว่าไปคนพวกนี้ก็ทั้งน่ารักและน่าสงสารไปพร้อมๆกัน ที่ว่าน่ารักคือ มั่นใจว่างานต้องผ่านพ้นไปได้ เพราะจะมีคนประเภทนี้คอยรับหน้าที่แบกโลกไว้อยู่แล้ว ส่ิงที่คนประเภทนี้ควรจะรู้ก็คือ หากโลกมันจะแตกจริงๆ คุณก็แก้มันไม่ได้อยู่ดี ซึ่งก็ไม่มีประโยชน์ที่จะแบกไว้ และ หากคุณแก้ไขมันได้ ใยจะต้องแบกไว้ให้หนัก 

2) ประเภทอยากเป็นหัวหน้า คนพวกนี้อยากเป็นคนสั่งการ อยากเป็นคนวางมาดเท่ๆ เพื่ออวดอะไรบางอย่างที่ตัวเองขาด แต่ไม่มีโอกาส คนพวกนี้จะคอยทำทุกอย่างประเภทได้หน้า แต่งานหนักไม่เอา เบาไม่แตะ กลัวลำบาก แต่จะช่างเจรจา คุยกับคนใหญ่กว่าหรือมีอำนาจ มักจะทำอะไรแล้วมีคนเห็น หากทำแล้วไม่คนเห็นก็จะพยายามพรีเซนท์ พูดเสียงดัง และย้ำ

3) ประเภทแรงงานน่ารัก คนประเภทนี้น่ารักมาก มักจะเป็นประเภทที่ไม่มีปัญหาอะไร ให้ทำอะไรก็ทำถูกก็ทำผิดก็ทำ แม้จะรู้ว่าผิด ก็ทำตามคำสั่ง ซึ่งบางทีมันผิดมาตั้งแต่คนสั่ง แต่ก็ยินดีที่จะทำต่อไป ตามน้ำ และไม่กล้าออกความคิดเห็น

4) ประเภทนักวิจารณ์ คนประเภทนี้คือพวก ขวางโลก ว่างงาน งานออกมาเป็นแบบไหนก็ช่างวิจารณ์ น่าจะแบบนั้นดีกว่าแบบนี้ดีกว่า แต่ไม่ทำ มีหน้าที่ตั้งคำถาม และขวางโลก เหมือนรู้ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะรู้ไม่จริง คล้ายกับประเภทที่สอง ช่างเจรจา พูดแบบเพื่อผลักภาระให้ไกลตัวเอง บางกรณีมีดูถูก ดูหมิ่น คนประเภทนี้ส่วนใหญ่มักจะหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองคือ ขงเบ้ง จอมวางแผน ให้ทุกคนเข้ามาฟังที่เราพูดนะ ดูมีบทบาท เป็นลักษณะที่พบเห็นได้ทั่วๆไป เพราะสังคมไทยเป็นสังคมช่างวิจารณ์

ในการทำงานกับคนเยอะๆ งานใหญ่ๆ หากไม่วางแผนให้ดี มักจะได้เห็นคน 4 ประเภทนี้ แต่เอาจริงๆ ก็คือ หากลดความทิฐิ หรือEgoตัวเอง แล้วมาตกลงกันให้ดีๆ ช่วยกันทำช่วยกันแก้ให้ดี ใช้ข้อด้อยเป็นข้อดี ข้อดีเป็นข้อเด่น ให้ถูกจุด มันจะเกิดประโยชน์ เมื่อนั้นงานเสร็จ ก็ได้หน้าเท่ากัน

4. ผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก และหากจะมีผู้ชายสักคนบอกว่าผู้หญิงเหมือนกันทั้งโลก จะมีสาวคนไหนยอมรับบ้าง

5. บางทีการเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้น

6. การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เป็นวิธีพื้นฐานที่ง่ายที่สุด แต่คนมักจะไม่ค่อยนิยมใช้กัน

7. ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจตัวเราทุกอย่าง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากรุ้จักเราจริงๆ

8. ไม่มีทางจะที่เราจะทำตามความคาดหวังของใครได้ตลอด เพราะสิ่งที่เราทำมันไม่เคยคุ้มค่ากับการคาดหวังของเขาอยู่แล้ว

9. ทำงานเพื่องาน จะได้มากกว่างาน

ผมทิ้งไว้แค่ 9 ข้อนี้ บางทีในโอกาสต่อไปอาจจะได้มาเพิ่ม ไม่ใช่ว่า ได้มาแค่นี้หรอก หากแต่มีคนเขียนบรรดาข้อคิด สิ่งที่ตกผลึก มาหลายสำนัก เขียนไปเขียนมา เดี๋ยวก็คงไปตรงกับสำนึกอื่นอยู่ดี เขาจะมาว่าเราลอกก็เป็นได้

– 2 –

สมัยผมเด็กๆ ผมเป็นเด็กที่ซนและนิสัยแย่มาก ผมมักจะนึกถึงตัวเองสมัยตอนเด็กๆเสมอ และยิ่งนึกก็ยิ่งไม่ชอบตัวเองตอนนั้น  เคยเป็นกันบ้างไหมที่มักจะนึกถึงวีรกรรมแย่ๆ ตอนเด็กๆ ผมเป็นเด็กที่พูดจาไม่เพราะ ยกมือไหว้ไม่เป็น เย่อหยิ่ง จองหอง หลงตัวเอง พูดมาก ปากหมา ปากผมมันเคยโดนชกจนแตกมาเพราะไอ้ความปากหมานี่แหละ ผมอยากจะขอโทษกับสิ่งที่เคยทำไม่ดีอะไรกับใครไว้ ผมจำไม่ได้ว่า ผมพูดอะไรแย่ๆ กับใครบ้าง ที่รู้และที่จำได้คือ ผมเคยพูดไม่ดีกับแม่จนแม่ร้องไห้มาแล้ว เด็ก ม.1 กล้าพูดให้แม่ร้องไห้ได้ ผมว่าบังอาจมาก ทำไปได้อย่างไร ตอนนี้ผมกลายเป็นคนพูดน้อยกับคนอื่น และจะรำคาญเวลาที่ตัวเองต้องพูดเยอะ และมักจะคิดว่า ไม่มีใครอยากรู้เรื่องของผมเอง จนต้องเขียนบล็อกมาคุยกับตัวเองนี่แหละ เพราะความที่ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากรู้เรื่องของเราบ้าง ก็คงไม่กล้าไปป่าวประกาศ เขียนอะไรให้ใครเขาเห็นเข้า กลัวจะมีคำถามประเภทที่ว่า “บอกกูทำไม?” “เขียนให้ใครอ่าน?” “ใครอยากรู้เหรอ?”

– 3 –

ผมได้รับคำอวยพรผ่านระบบ Social network เยอะมาก ทุกคนต่างก็บอกขอให้มีความสุขมากๆ สมหวัง หล่อๆ รวยๆ ผมยินดีรับคำอวยพรและขอบคุณไปทุกคำขอ ตอนเที่ยงๆของวันที่ 8 มิย. พ่อส่ง SMS มาให้ผม ใจความว่า “ขอให้โจ้เข้าถึงความสุข” 

2 Comments

  1. อ่านมารวมๆทั้งหมด หมายถึงเรื่องอื่นๆ แล้วรู้สึกว่ามีอะไรที่น่าจะพูดมากมาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี

    เมื่อวาน เมศร้ามากๆ แล้วเมก็ไปอ่านเรื่องๆหนึ่ง (ของจิราภรณ์วิหวา) ซึ่งพูดถึงผู้หญิงคนนึงที่เป็นดีไซเนอร์ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์เกรดบีอะไรทำนองนี้ ซึ่งนางเป็นคนที่เห็นว่าอะไรต่อมิอะไรต้องมีฟังก์ชั่น แต่พอมาสำรวจตัวเอง ก็พบว่าตัวเองไม่ได้มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าจริงๆอะไรกับใครเค้าเลย ชีวิตก็เหมือนๆกันทุกวัน ทำแต่กิจวัตรเดิมๆ สุดท้ายก็เลยคิดว่าจะไปฆ่าตัวตาย เอาแบบที่ตายอย่างช้าๆ ..แล้วมีภาพต่างๆปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด

    ผู้หญิงคนนี้มักจะถามคำถามกับคนอื่นว่า เวลากรอกแบบสอบถาม ถ้ามีช่องที่เราไม่มีคำตอบ จะทำยังไง ซึ่งตัวเค้าเอง เลือกที่จะขีดเส้น – แบบนี้ เพราะไม่ชอบพื้นที่ว่าง/ไม่อยากเว้นว่าง (แม้กระทั่งแฟนที่คบก็คบเพราะเป็นคนแบบเดียวกัน หมายถึงว่า เลือกขีด – เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่ขีด แบบสอบถามมันดูเหมือนไม่เสร็จ) ในที่สุดเค้าก็เลือกที่จะไปกระโดดผาฆ่าตัวตาย ซึ่งก็ไม่ใช่ผาสูงหรืออะไรเท่าไหร่ พอตกลงมาก็เลยไม่ตาย แต่ก็ขาหักไปไหนไม่ได้ แล้วก็อยู่ในสภาพนั้นหนึ่งคืนเต็มๆ

    วันรุ่งขึ้นก็มีลุงคนนึงมาเจอเข้า ก็ถามว่าเป็นอะไร เค้าก็เลยตอบว่ามากระโดดผาฆ่าตัวตาย ลุงก็พูดประมาณว่าอกหักล่ะสิ แล้วจู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็ถามคำถามเดิมขึ้นมากอีก ว่า เวลากรอกแบบสอบถาม ถ้ามีช่องที่ไม่มีคำตอบจะทำยังไง ลุงกก็บอกว่า ก็ไม่ต้องไปตอบมันสิ หรือไม่ก็ฉีกแม่งทิ้งเลยก็ได้ แล้วลุงก็ไปหาไม้มาดามขาแล้วแบกเจ๊นี่ออกไป จบ.

  2. คืออาจจะเล่าไม่ค่อยรู้เรื่องนะ แต่โดยส่วนตัว เมรู้สึกว่าบางทีเราก็ทำตัวเองให้ยากกว่าปกติ เราคิด และตั้งคำถามกับอะไรเยอะแยะ บางครั้งเมก็กลัว เหมือนเราได้ยินเสียงตัวเอง เราฟังเสียงตัวเอง แต่มันมากเกินไป แล้วสุดท้ายมันก็ทำให้เราสับสนและไม่ได้นำไปสู่อะไร และหลายอย่างในชีวิตมันก็ควบคุมไม่ได้ หรืออย่างน้อย เมก็กลับไปแก้ไขมันไม่ได้อีกแล้วอะ เพราะฉะนั้น เราก็คงต้องเลิกตั้งคำถามบ้าง อาจจะฉีกแบบสอบถามทิ้งหรือโยนมันทิ้งไว้สักพักแล้ว go on.. keep on going


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: