Skip navigation

นานมาแล้วที่ผมไม่ได้มาคุยกับตัวเองผ่านทางนี้ ผมมักจะคิดว่าต้องไปทำอย่างอื่นดีกว่ามานั่งเพ้อๆอะไรแบบนี้ หรือไม่ก็ทำอีกได้ตั้งหลายวิธี เมื่อตะกี้ผมก็เพิ่งจะคุยกับตัวเองอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก ผมนั่งสมาธิ พยามข่มใจ ตั้งให้เป็นสมาธิจริงๆ ซึ่่งมันก็ได้ผลในขณะที่ทำ แต่ผมยังแปลกๆใจว่า เมื่อเสร็จแล้วถึงยังรู้สึกว่ายังไม่โล่ง ยังอึดอัดๆอยู่ จนบอกไม่ถูก ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย วิธีการนี้น่าจะช่วยให้ผมได้คำตอบมากขึ้น ผมคิดอย่างนั้น ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้เกิดเหตุการณ์หลายอย่างทั้งตัวผมและคนใกล้ตัว มันไม่ได้ทำให้อยู่กันอย่างสงบสุขเท่าใดนัก.

ผมได้มีโอกาสไปดูละครเวทีเรื่องลมหายใจ เป็นละครเพลงที่ดี ผมรู้สึกอย่างนั้นเมื่อตอนเดินออกจากโรง สอนให้รู้จักคุณค่าของเวลา ประมาณว่า เราไม่รู้หรอกว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ในขณะที่ยังมีชีิวิตอยู่ให้ทำสิ่งที่อยากจะทำ ควรจะทำ หรือต้องทำ ก่อนจะตายไป เพราะมันอาจจะสายเกินไป ผมเห็นด้วย และก็เห็นด้วยมากขึ้นจนเมื่อมาเจอเหตุการณ์ใกล้ๆเคียงกันกับตัวเองและคนใกล้ตัว..

.คนที่ตายไปแล้ว เราคุยแล้วตอบโต้ไม่ได้ เราสัมผัสไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะรับรู้ได้มั้ย เราเฝ้าแต่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา เมื่อวานผมตระเวนทำบุญ ผมไม่เคยตระเวนทำบุญขนาด ตั้งแต่ตื่นตอน จนถึงก่อนจะนอน แบบนี้เลย พระท่านได้บอกกับผมพอจะจับใจความได้ว่า "เราคอยแต่จะบอกกับตัวเราเอง โทษตัวเองเมื่อผ่านอะไรมาแล้วว่า รู้งี้ทำแบบนั้นก็ดี รู้งี้ ทำแบบนี้ก็ดี แต่ตอนที่ทำได้เราไม่ทำ เราเฝ้าเสียใจว่าถ้าคนตายนั้นยังอยู่ เราจะทำแบบนั้น แบบนี้ ตอนนี้คนตายก็ตายไปแล้ว แต่คนอยู่ก็ยังตายได้ เราจะต้องโทษกับตัวเองทุกครั้งที่เสียคนรอบข้างไปทีละคนๆหรือ แล้วก็บอกว่ารู้งี้ ตอนเค้าอยู่น่าจะทำดีๆกับเค้าไว้ดีกว่า อีกสักกี่ครั้ง จนกว่าทุกคนจะตายไปแบบนั้นหรือ" ผมฟังแล้วได้แต่พยักหน้า พระท่านยังสอนเรื่องที่ผมรู้อยู่แล้วแต่ไม่เคยเข้าใจลึกซึ้งได้ขนาดนี้ ท่านกล่าวเรื่อง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ท่านว่า "อดีตกำหนดปัจจุบัน ปัจจุบันกำหนดอนาคต อยากให้อนาคตดี ก็ทำปัจจุบันให้ดี แล้วมันจะเป็นอดีตที่ดี แต่ถ้าปัจจุบันทำไม่ดี อนาคตก็ไม่ดี เวลาผ่านไปก็กลายเป็นอดีตที่ไม่ดี" ซึ่งผมคิดว่ามันง่ายมาก แต่ทำไมผมไม่เคยเข้าใจชัดเจนได้จนถึงอายุป่านนี้ ผมเริ่มโยง ทุกวันตื่นเช้ามาผมจะอาบน้ำทันทีพร้อมกับสระผม ผมไม่เคยนับว่ายาสระผมมันจะหมดเมื่อไร จนวันหนึ่งมันก็หมดจริงๆ ผมคงไม่ออกไปซื้อในขณะที่ตัวเปียกๆ ตอนนั้นเลยหรอก เวลาก็เหมือนกับยาสระผม ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันจะหมดไป ทั้งๆที่ก็รู้่ว่า มันต้องมีวันหมด แล้วก็รู้สึกว่ามันเหลือน้อยลงทุกทีๆ แต่ในขณะที่อาบน้ำก็ฟังเพลงคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนไม่ได้มาใส่ใจว่ายาสระผมมันใกล้หมดแล้ว เราใช้เวลาราวกับว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป มหาตมะ คานธี เคยกล่าวว่า จงใช้ชีิวิตให้เหมือนว่าทุกวันเป็นวันสุดท้าย ผมรู้แล้วว่าจากนี้จะทำอย่างไร.

3 Comments

  1. เพ้อเจ้อป่าวว่ะ สาด

  2. อยากทำอะไรให้รีบทำ และทำเลย เป็นหนึ่งในคติของเราเลยแต่ทำไม่ได้ซักที

  3. ถูกแล้ววว ทำแต่สิ่งดีก็จะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิต ทั้งอดีต ปัจจุบัน แต่ถ้าทำดีแล้ว…มันได้กลับมาตรงกันข้ามล่ะ -.-"


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: