Skip navigation

วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1928 ใครคนหนึ่งแนะนำเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งสหราชอาณาจักรให้ทรงรู้จักกับสุภาพสตรีชาวอเมริกันผู้หนึ่งนาม วอลลิส ซิมพ์สัน

ไม่มีใครในโลกเชื่อว่า หลังจากวันนั้นเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงตกหลุมรักสตรีผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่มีใครเห็นด้วยกับความสัมพันธ์ดังกล่าว ราชวงศ์อังกฤษปฏิเสธสตรีสามัญนางนี้อย่างไร้เยื่อใย เนื่องจาก วอลลิส ซิมพ์สัน ผ่านการแต่งงานมาแล้วสองครั้ง พระอนุชาของพระองค์เคยกล่าวว่า "ทำไมท่านไม่หาสตรีที่เหมาะสมกว่านี้เล่า?"

แปดปีต่อมา กษัตริย์จอร์จที่ 5 พระราชบิดาของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดสิ้นพระชนม์ ราชบัลลังก์อังกฤษสืบทอดสู่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ทรงพระนาม กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8

ปีนั้นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดทรงแจ้งพระประสงค์ต่อนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษว่า จะอภิเษกกับนางซิมพ์สัน นายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ตอบว่า พระองค์ทรงมีสามทางเลือก 1 ไม่ทรงอภิเษกสมรสเลย 2 อภิเษกนางซิมพ์สันโดยที่คณะรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย ซึ่งหมายถึงรัฐบาลต้องลาออก และเกิดความโกลาหลทางการเมืองตามมา 3 สละราชสมบัติ

พลันกษัตริย์แห่งอังกฤษทรงพบตนเองยืนอยู่เบื้องหน้าทางแพร่งที่ตัดสินใจยากที่สุดในชีวิต

-2-

ความรักเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ อาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมสำคัญต่างๆ ในชีวิตของมนุษย์ถูกกำหนดมาจากความรู้สึกชนิดนี้

สักครั้งหนึ่งในชีวิต เราบางคนอาจต้องผ่านวันที่เราเดินไปถึงทางแพร่งแห่งความรัก วันที่ต้องเลือกเอาระหว่างพ่อแม่หรือคนรัก หน้าที่การงานหรือหัวใจ

ไม่ว่าจะเลือกเดินทางสายไหน ก็ไม่มีผิดหรือถูก

เพราะความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผล จึงไม่มีคำพูดใดๆ ที่อธิบายมันได้

แต่ความจริงที่หลายคนเลือกจะมองข้่ามก็คือ พฤติกรรมบูชารักมิได้เป็นตัวรับประกันความสุขหรือความยั่งยืนของรักนั้น ตรงกับหลักธรรมที่ว่า สรรพสิ่งล้วนไม่ยั่งยืน รักได้ก็เสื่อมรักได้ เกลียดได้ก็รักได้

ไม่ว่าความรักจะเป็นพลังธรรมชาติยิ่งใหญ่ หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณทางเพศ สัตว์โลกก็ยังตกในหลุมลึกของมันเสมอมา มนุษย์หลายคนยอมสิ้นลมหายใจดีกว่าหายใจต่อไปในโลกที่ไร้รัก

-1-

ในวันที่ 10 ธันวาคม 1936 คนทั้งโลกตะลึงงันเมื่อกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงเลือกสละราชสมบัติ

พระองค์ทรงตรัสว่า "ข้าพเจ้าพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะแบกรับภาระความรับผิดชอบใหญ่หลวงและการงานแห่งกษัตริย์ ซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาจะกระทำ โดยปราศจากความช่วยเหลือและประคับประคองของสตรีที่ข้าพเจ้ารัก"

แม้จะยังคงดำรงตำแหน่งดยุคแห่งวินด์เซอร์ เพียบพร้อมทรัพย์ศฤงคาร แต่โดยพฤตินัยพระองค์ทรงถูกตัดขาดจากราชวงศ์อังกฤษ อดีตกษัตริย์ผู้ทรงก้าวลงจากบัลลังก์เพื่อคำว่า ‘รัก’ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในต่างประเทศกับนางผู้ที่ไม่มีใครเห็นว่าเหมาะสมกับพระองค์

บางที อาจจะมีสักวันหรือสักราตรีที่พระองค์ทรงนึกสงสัยว่า สิ่งที่กระทำไปคุ้มค่าหรือไม่ ความรักควรค่าแก่การเสียสละทุกสิ่งเช่นนี้จริงหรือ? ไม่มีใครตอบได้ ไม่ว่าพระองค์ทรงตัดสินพระทัยถูกหรือผิด ก็ทรงดำเนินชีวิตที่เลือกไว้ต่อไปจนวันตายในปี 1972

และเมื่อคู่ครองของพระองค์จากโลกไปสิบสี่ปีถัดมา ร่างของพวกเขาทั้งสองก็ถูกฝังเคียงกันในพระราชวังที่พระองค์ทรงมองไม่เห็นว่ามันมีค่ากว่ารัก

 
วินทร์ เลียววารินทร์

3 Comments

  1. ดีนะ
    แต่แกจะทำตามอย่างนั้นเหรอ
    เหอะ…ไม่ดีม้างง

  2. อืม…ก็ดีถ้าแน่วแน่ขนาดนั้น
    ขอให้โชคดีนะเฟ้ย ต่อๆไป มึงจะได้ไม่ทุกข์
    แต่ต้องพร้อมที่จะรับสิ่งที่ตามมาของการตัดสินใจของแกเองนะเฟ้ย  กูรู้ว่ามึงก็พร้อมรับอยู่แล้ว
    แต่ที่แน่ๆ ที่แกบอกมุกไม่ผิดอะไรน่ะ ไม่ใช่เลยว่ะ กูว่าเค้าผิดตั้งแต่ต้น ถ้าไม่มีเรื่องนั้น มันจะบานปลายอย่างนี้มั้ย กูก็ว่าไม่ว่ะ
    เออๆๆ แต่ดีแล้วล่ะที่แกแน่วแน่
    แล้วได้คุยกับน้องเค้ายังล่ะ

  3. สุดยอด  จริงว่ะ คมด้วยส่งเอ็ดเวิร์ดมาให้มั่งสิ"ข้าพเจ้าพบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะแบกรับภาระความรับผิดชอบใหญ่หลวงและการงานแห่งกษัตริย์
    ซึ่งข้าพเจ้าปรารถนาจะกระทำ
    โดยปราศจากความช่วยเหลือและประคับประคองของสตรีที่ข้าพเจ้ารัก"


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: