Skip navigation

..ทุกครั้งก่อนนอนผมจะต้องหาอะไรอ่านเพื่อสงบจิต สงบใจไม่ให้ฟุ้งซ่านคับ คิดอะไรกันก่อนนอน..ผมคนนึงละที่ชอบคิดอะไรต่อมิอะไรก่อนนอน แล้วมันจะฟุ้งซ่าน หาที่หยุดไม่ได้ ผลก็คือนอนไม่หลับคับ  วันนี้เป็นเหมือนทุกๆวัน ผมต้องหาอะไรอ่านเหมือนเดิม กับนักเขียนคนโปรดของผมคนนึง อ่านแล้วโดนใจมาก ๆ เลย อยากเผยแพร่ต่อคับ ..จะได้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น
 
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’

นิยายรักสมัยเก่าที่ผมอ่านตอนยังเป็นเด็กนั้น มักมีเรื่องของผู้ชายที่ลาจากคนรักไปเรียนต่อในต่างแดน แรกๆ คนรักก็ได้รับจดหมายจากเขาเป็นประจำ แล้วจดหมายก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่มีจดหมายจากเขามาอีกเลย

เช่นเดียวกัน เพลงลูกทุ่งลูกกรุงที่มีเนื้อหาทำนองนี้มีนับพันๆ เพลง สาวไปทำงานในเมืองกรุงแล้วลืมหนุ่มบ้านนา ลืมกลิ่นฟางข้าวและสาบควาย หลงระเริงไปกับแสงสีและคนรักใหม่ หนุ่มจากคนรักไปทำงานหากินในต่างแดนแล้วไม่กลับบ้าน ฯลฯ เพลงเหล่านี้ล้วนคร่ำครวญพิษจากอาการอกหัก โหยหาอดีตในห้วงเวลาที่ความรักยังดูดดื่ม โทษอีกฝ่ายที่ตัดรอนไมตรี หรือประนามอีกฝ่ายว่า ‘หลายใจ’

มาถึงสมัยที่การคมนาคมและสื่อสารง่ายดาย สิ่งเร้าจากภายนอกทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ใครคนหนึ่งเกิดอาการเปลี่ยนใจนั้นเป็นไปได้ง่ายกว่าสมัยก่อนหลายเท่า เห็นง่ายๆ จากการที่เพลงเกี่ยวกับอาการอกหักไม่มีวี่แววว่าจะลดลง ละครโทรทัศน์ที่ผู้หญิงสามคนตบตีกันแย่งชายคนเดียว หรือชายห้าคนหมายปองสตรีคนเดียว จึงไม่เคยตกยุค การอกหักเป็นองค์ประกอบที่ขายได้ หนังยิ่งเศร้า หลั่งน้ำตาเป็นถังๆ คนดูยิ่งชอบ ราวกับว่าเป็นพวกซาดิสท์ ชอบดูคนอื่นบาดเจ็บทางใจ

หนังสือ เพลง และละครสะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์เราไม่มีวันหนีพ้นจากการอกหัก เพราะเมื่อใดที่อุปสงค์กับอุปทานไม่เท่ากัน ก็ต้องมีคนพลาดหวัง

ในสังคมสัตว์ป่า ตัวผู้ร้อยละร้อยต้องแข่งขันกันเพื่อชนะใจ (หรือกาย?) ตัวเมีย และการแข่งขันที่ชัดเจนเห็นง่ายที่สุดก็คือการประลองกำลังกัน ตั้งแต่การขวิดเขา ประสานงา ไปจนถึงการรำแพนให้ตัวเมียชม ในท้ายที่สุดจึงต้องมีสัตว์บางตัวที่ไม่มีคู่ตลอดฤดูกาลนั้น หรือตลอดไป

จึงไม่แปลกที่ขณะที่ใครคนหนึ่งมีความสุขที่สมหวังในรัก อีกคนหนึ่งก็อาจทุกข์ระทมจากการผิดหวังในรักนั้น อาการผิดหวังนี้คือการล้มทั้งยืน โลกแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ดวงอาทิตย์มืดหม่น

ความจริงการเปรียบเทียบว่าโลกแตกร้าวเป็นชิ้นๆ นั้นมิได้เกินเลย เพราะการอกหักเป็นความรู้สึกที่ทรมานสิ้นดี เนื่องจากมันเป็นส่วนผสมของความผิดหวัง ความเสียดาย ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความรู้สึกว่าถูกทรยศ ถูกขโมย ถูกปล้น และความรู้สึกทางเพศที่ถูกตัดตอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า สื่อและศิลปะสายละครหรือวรรณกรรมมักนิยมสะท้อนมุมของ ‘ผู้ถูกกระทำ’ มากกว่า ‘ผู้กระทำ’

หลายครั้งมีคนมาปรับทุกข์กับผมว่า ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลิกกับแฟนดีหรือไม่ เงินเดือนของเขาน้อย อนาคตไม่สดใสเท่าคนรักใหม่ ไม่อยากเลิก แต่ก็พอมองออกว่า แต่งงานไปไม่นานก็คงมีปัญหา

การตราใครสักคนว่า ‘หลายใจ’ เป็นการมองแบบเด็กๆ เพราะเรื่องอารมณ์ไม่มีถูกหรือผิด คุณไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ก่อนไปที่ร้านคุณรู้แล้วว่าจะซื้อยี่ห้อใด รุ่นไหน แต่เมื่อไปถึงร้าน พบว่ามีรุ่นอื่นๆ ที่ดีกว่า ราคาแพงกว่านิดหน่อย คุณก็เริ่มเขว

ว่าก็ว่าเถอะ ความรักเป็นเรื่องหนึ่ง การแต่งงานสร้างครอบครัวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การตัดสินใจของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่าเข็มทิศชีวิตเป็นหัวใจหรือหัว (heart or head)

พูดง่ายๆ คือ ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ (หัวใจ) ขณะที่การสร้างครอบครัวเป็นเรื่องของการใช้เหตุผล (สมอง)

คนที่มองการณ์ไกล (โดยเฉพาะผู้ใหญ่) จึงมักเลือกคู่ครองที่สร้างความอุ่นใจได้ว่าแต่งงานไปแล้วจะไม่ลำบาก เพราะไม่มีอะไรทำให้รักจางเร็วเท่าหนทางที่ขรุขระ

นี่เป็นสัญชาตญาณธรรมดาของมนุษย์

แน่ละ แต่ละคนมองเรื่องนี้ต่างกัน คนที่ใช้หัวใจนำทางยอมกัดเกลือกินด้วยกันกับคนที่รัก คนที่ใช้สมองนำก็มักเลือกคนที่ให้ความปลอดภัยมากกว่า

ในสังคมมนุษย์ การต่อสู้กันทางกายเพื่อเอาชนะใจสตรีเป็นเรื่องสมัยยุคหินไปแล้ว มาตรวัดใหม่ก็คือความสามารถที่จะทำให้สตรีอยู่สบายกว่า เครื่องวัดที่ชัดเจนที่สุดก็คือเงิน หรือศักยภาพที่จะรับประกันท้องอิ่มได้ จนมีคนเอาไปเขียนเป็นเรื่องขบขันว่า “ผู้หญิงชอบผู้ชายเลว รักผู้ชายที่ดี แต่แต่งงานกับผู้ชายที่รวย” (ความจริงผู้ชายก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน)

เมื่อเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ คนที่ผิดหวังในรักก็จะมองว่าการอกหักเป็นหลักอุปสงค์กับอุปทานธรรมดา เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เข้าใจและให้เกียรติการตัดสินใจของคนรัก

ใช้หัวใจรักคนอื่น แต่เมื่ออกหัก ใช้สมองเข้าใจคนที่เรารัก

วินทร์ เลียววาริณ
http://www.winbookclub.com
15 กันยายน 2550

5 Comments

  1. นั่นน่ะสิ แรกๆก็มาด้วยหัวใจ๊หัวใจมาดีๆ
    ทำไมพอดตขึ้นๆ สมอง..  ชักเยอะ -*- เฮ้ออ 

  2. นั่นน่ะสิ แรกๆก็มาด้วยหัวใจ๊หัวใจมาดีๆ
    ทำไมพอดตขึ้นๆ สมอง..  ชักเยอะ -*- เฮ้ออ 

  3. แต่กูว่ามึงน่ะ
    "หลายใจ"
    มากกกกกกกกกกกก
    อิอิอิอิ
    ล้อเล่นนะครับ
    เลิกเศร้าได้แล้ววว
     
    สิ่งศักดิ์สิทธฺก้อไปไหว้กันมาแล้วว
    ทุกอย่างคงจะดีขึ้นนะมึงว่ามั้ยย??? 

  4.  "การตราใครสักคนว่า ‘หลายใจ’ เป็นการมองแบบเด็กๆ เพราะเรื่องอารมณ์ไม่มีถูกหรือผิด คุณไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ก่อนไปที่ร้านคุณรู้แล้วว่าจะซื้อยี่ห้อใด รุ่นไหน แต่เมื่อไปถึงร้าน พบว่ามีรุ่นอื่นๆ ที่ดีกว่า ราคาแพงกว่านิดหน่อย คุณก็เริ่มเขว"^ เห็นด้วย โดนมากๆ
     "พูดง่ายๆ คือ ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ (หัวใจ)"
    ^ ใช่ ถูก 
     "ขณะที่การสร้างครอบครัวเป็นเรื่องของการใช้เหตุผล (สมอง)"
    ^ ก็ไม่ทั้งหมดหรอก ถ้าไม่รักก็คงไม่มาสร้างครอบครัวด้วยกันหรอกนะ ในมุมมองเราถ้ารักจริงก็พร้อมที่จะฝ่าฟันเพื่อ "สร้าง" อนาคตร่วมกัน
     "พูดง่ายๆ คือ ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ (หัวใจ)"
    ^ จริงๆ มันก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ เพราะถ้าจะรักใครสักคนแล้วก็ต้องดูใจกันว่านอกเหนือลักษณะภายนอกที่เราถูกใจแล้วข้างในเค้าเป็นอย่างไรด้วย
    ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ?? ที่เป็นเหตุผลของการรักใครสักคนจริงๆ ย้ำว่า "จริงๆ" (ในที่นี้คือใช้เกณฑ์ของใจล้วนๆ แต่ถ้าใครสักคนเอาเกณฑ์อื่นมาใช้ด้วย อย่างเช่น
    อนาคตและหน้าที่การงานของอีกฝ่าย?? มันก็เข้าเรื่องเดิมน่ะแหละว่า ถ้ารักจริงก็พร้อมสร้างอนาคตด้วยกัน เพราะเราคิดว่า ถ้าขยันจริงๆ ก็ไม่มีอดตาย แต่ต้องขยันเพื่ออนาคตและเพื่อเป้าหมายของตัวเราและของทั้งสองคนด้วยนะ ไม่ใช่จะหาแต่ตัง อืม….นั่นแหละๆ ก็อย่างที่บอก รักมันไม่ใช่เรื่องของวัตถุ แต่ก็เข้าใจนะในสมัยนี้อาจจะหายากสักหน่อย เพราะพูดไปก็ดูเหมือนเพ้อฝัน แต่เราเชื่อว่ามี และเราก็ได้เจอแล้วด้วย คนที่คิดอย่างนี้เหมือนกันทั้งคู่น่ะ  
     "ขณะที่การสร้างครอบครัวเป็นเรื่องของการใช้เหตุผล (สมอง)"
    ^ ถ้ารักกันแล้วมีเรื่องของตรรกะเยอะขนาดนี้ ก็คงอึดอัดมากเหมือนกัน ยอมรับและเข้าใจมากด้วยว่า ถ้าชีวิตมันขรุขระ ก็จะเกิดปัญหาได้ คู่สามีภรรยาที่หย่าร้างกันในสมัยนี้ มากกว่าครึ่งคือเรื่องของเงิน และเรื่องจุกจิกมากมายที่เป็นเรื่องของคนสองคน ในที่นี้ได้แยกออกมาชัดๆแล้วว่า "ว่าก็ว่าเถอะ ความรักเป็นเรื่องหนึ่ง การแต่งงานสร้างครอบครัวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การตัดสินใจของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่าเข็มทิศชีวิตเป็นหัวใจหรือหัว (heart or head)" เราไม่อยากให้มันถูกแบ่งชัดซะขนาดนั้น ถ้าเราไม่ได้รักใครคนนั้นแล้วเราจะไปสร้างครอบครัวกับเขาทำไม นอกจากจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ (ซึ่งคงไม่พ้นเรื่องวัตถุ ของนอกกายทั้งหลาย) คนที่ใช้ใจ น่าจะเป็นรักที่ค่อนข้าง pure มากๆ แต่ถ้าใช้สมอง ก็นั่นแหละ เขาหรือเธอคนนั้นก็คงไม่ได้ต้องการแค่ตัวหรือใจของอีกฝ่ายแล้วล่ะ เพราะเรายังยืนยันคำเดิม ถ้าขยันและหาลู่ทางแล้วปูทางชีวิตไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ตอนที่ดูใจกันและ "พอเพียง" ปัญหามันก็น่าจะน้อยลง ปัญหามันน่าจะมาจากไอ้ความไม่พอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากกว่า ถ้าใช้สมองอย่างนี้ แล้วเจอสิ่งใหม่ที่ดีกว่า ก็เข้ากับพูดที่ได้กล่าวไปแล้วในย่อหน้านี้ว่า "การตราใครสักคนว่า ‘หลายใจ’ เป็นการมองแบบเด็กๆ เพราะเรื่องอารมณ์ไม่มีถูกหรือผิด คุณไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ก่อนไปที่ร้านคุณรู้แล้วว่าจะซื้อยี่ห้อใด รุ่นไหน แต่เมื่อไปถึงร้าน พบว่ามีรุ่นอื่นๆ ที่ดีกว่า ราคาแพงกว่านิดหน่อย คุณก็เริ่มเขว" ถ้าไม่รู้จักพอและไม่มั่นคงในรักมันก็จะเป็นซะอย่างนี้ ไอ้เรื่องแบบนี้ ปัญหาแบบนี้จึงได้มีได้เห็นกันอยู่เรื่อยๆไง เราเม้นแบบนี้ดูเหมือนเราบูชารัก และเพ้อฝันเนอะ แต่บอกไว้ก่อนนี่เป็นความเห็นที่มองกันที่ใจ ชีวิตรัก ชีวิตของการสร้างครอบครัวไม่ใชเรื่องของสมองซะทั้งหมดหรอก แน่นอนก็ต้องใช้สมองแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตรัก หรือชีวิตคู่ เพราะถ้า "รัก" กันจริง อะไรที่ผ่านเข้ามาเป็นอุปสรรคก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าฝ่าฟันไปด้วยกัน แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไปหาคนที่มีพร้อมสรรพกว่า แปลว่าคนๆนั้นไม่ได้รีกกันจริงก็แค่นั้นแหละ เพราะเค้าต้องการสิ่งที่มากกว่าความรักนั่นก็คือ "วัตถุ" ไม่ได้เพ้อฝัน อย่างน้อยๆ พ่อแม่เราก็คือตัวอย่างให้ได้เห็นแล้วล่ะ และเราก็เจอคนที่คิดแบบนี้แล้วด้วยเหมือนกัน  
     เฮ้อ……..พิมพ์ซะเยอะ ก็แค่จะบอกว่า ชีวิตคู่และการสร้างครอบครัวไม่ใช่เรื่องของสมองแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าไม่รักก็คงไม่ไปเริ่ม "สร้าง" ด้วยกันหรอก นี่พี่วินทร์ ก็คงจัดเราไปอยู่ในกลุ่มของคนที่ใช้หัวใจล่ะมั้ง
     เฮอะๆ ขยันมันไม่อดตาย แต่ก็ต้อง "พอเพียง" ด้วยล่ะนะ 

    • εїз ★ Lїttle_Bee ★ εїз
    • Posted October 29, 2007 at 8:57 pm
    • Permalink
    • Reply

     
    เที่ยว -หัวหิน- มากะใครหรอจ๊ะ
    **เออ…วันหลังถ้าตัดตอนมาจากที่ไหนอ่ะ
    ก้อให้เกียรติเจ้าของซะตั้งแต่เริ่มบทความเลยก้อได้นะ
    เผื่อว่าบางคนเค้าอ่านไม่จบ
    เด๋วจาหาว่าไปขโมยลิขสิทธ์เค้าอ่ะ
    ไปละ แวะมาทัก
    เออๆ ใช่ๆ ทำไม๊…ทำไม…
    ไม่ว่าจาใน hi5 หรือว่าใน spaces พี่ปันก้อว่าว่าพี่อ่ะ ออกแนวหลายใจทุกทีเลย
    รึว่า………….เรื่องจิงมันเป็นงั้นอ่ะ……………..????????????????


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: